องค์การเภสัชกรรม

รับผิดชอบชีวิต ผลิตยาคุณภาพ

องค์การเภสัชกรรม

รับผิดชอบชีวิต ผลิตยาคุณภาพ

องค์การเภสัชกรรมเดินหน้าวิจัย พัฒนา ยาต้านไวรัสเอดส์ ตามแนวทางการรักษาแบบใหม่ คาดผู้ป่วยเข้าถึงยาปลายปี 2565

8 ธันวาคม 2564
ขนาดตัวอักษร

     องค์การเภสัชกรรมเดินหน้า วิจัยและพัฒนายาเอดส์ ใหม่ๆ คาดออกสู่ผู้ป่วยได้ปลายปี 2565 เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้มากขึ้น มีชีวิตที่ยืนยาว ดำรงอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

     ภญ.ศิริกุล เมธีวีรังสรรค์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคเอดส์ทั่วโลก พบว่าในปี 2563 มีผู้ติดเชื้อทั่วโลก สะสม 37.7 ล้านคน เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1.5 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิต 680,000 คน สำหรับประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เผชิญกับปัญหาการระบาดของโรคเอดส์มาอย่างต่อเนื่อง จากการคาดประมาณผู้ติดเชื้อ ณ 19 เม.ย.64 พบว่ามีผู้ติดเชื้อ ณ ปัจจุบัน จำนวน 493,859 คน โดยเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 5,825 คน (เฉลี่ย 16 คน/วัน) และมีผู้เสียชีวิต จำนวน 11,214 คน/ปี (เฉลี่ย 31 คน/วัน) เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยามากขึ้น และมีชีวิตที่ยืนยาว ดำรงอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข องค์การฯ จึงได้คิดค้น วิจัย และพัฒนายากลุ่มใหม่ๆ ตามแนวทางการรักษาใหม่ ซึ่งมีทั้งยาต้านไวรัสเอดส์สูตร ที่มี Dolutegravir ตามแนวทางการรักษาล่าสุด และยารักษาโรคแทรกซ้อน เช่น ยาต้านไวรัสตับอักเสบบีที่ลดการดื้อยา และ ยาต้านไวรัสตับอักเสบซีที่รักษาครอบคลุมได้ทุกสายพันธุ์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการขอขึ้นทะเบียนตำรับยากับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา คาดว่าจะเริ่มทยอยออกสู่ผู้ป่วยได้ประมาณปลายปี 2565

 

     “ องค์การเภสัชกรรมยังคงมีความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนายาใหม่ๆ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้มากขึ้น หากผู้ป่วยได้รับยาอย่างรวดเร็ว และสม่ำเสมอ ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า “เอดส์รู้เร็วรักษาได้” อีกทั้งยังมีการพัฒนายาที่ใช้ในการรักษาให้ทันตามแนวทางการรักษาใหม่ เพื่อใช้ในการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยมีทางเลือกมากขึ้น โดยยาดังกล่าวมีการดูดซึมที่ดีกว่า ขนาดยาที่ใช้น้อยกว่า สามารถรับประทานยาได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงให้ประสิทธิผลในการออกฤทธิ์เท่าเดิมหรือดีขึ้น สามารถลดอาการข้างเคียงและการดื้อยาได้ โดยมีการปรับราคายาจากเดิมที่มีราคาสูงให้ถูกลง เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้มากขึ้น ส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อให้สอดคล้องตามเป้าหมาย “ลดการติดเชื้อ ลดการตาย ลดการตีตรา” รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าว