องค์การเภสัชกรรม

รับผิดชอบชีวิต ผลิตยาคุณภาพ

องค์การเภสัชกรรม

รับผิดชอบชีวิต ผลิตยาคุณภาพ

ผู้บริหารองค์การเภสัชกรรม ดร.ภญ.พรทิพย์ วิรัชวงศ์ คว้ารางวัลศิษย์เก่าดีเด่น คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2564

24 กันยายน 2564
ขนาดตัวอักษร

   

     ดร.ภญ.พรทิพย์ วิรัชวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารยุทธศาสตร์ องค์การเภสัชกรรม คว้ารางวัลศิษย์เก่าดีเด่น สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2564 จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 โดยคนไทย เพื่อคนไทย

     ดร.ภญ.พรทิพย์ วิรัชวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารยุทธศาสตร์ องค์การเภสัชกรรม ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2564 โดย ดร.ภญ.พรทิพย์ สำเร็จการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยเกียรตินิยม อันดับ 2 และระดับปริญญาเอกจาก University of Nottingham ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 HXP-GPOVac และเป็นหนึ่งบุคคลสำคัญในทีมโครงการพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ภายใต้โครงการ Global Action Plan for Influenza Vaccine (GAP) ขององค์การอนามัยโลก โดยโครงการพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อเป็น รองรับการระบาดขององค์การเภสัชกรรม ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ รองชนะเลิศอันดับ 2 ด้านสังคม ในปี พ.ศ. 2558 และรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2559 ผลงานวิจัยในระดับดีมาก และรางวัล Best Bioprocessing Excellence in Thailand and South East Asia จาก Asia-Pacific Bioprocessing Excellence Awards 2017

 

สำหรับผลงานที่โดดเด่นของ ดร.ภญ.พรทิพย์ ได้แก่ การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนกชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ เพื่อใช้กรณีเกิดการระบาดใหญ่ ซึ่งเป็นแผนงานภายใต้โครงการ Global Action Plan for Influenza Vaccine (GAP) ขององค์การอนามัยโลก เพื่อสร้างศักยภาพการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในประเทศกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้น้อย ในขณะเดียวกันประเทศไทยโดยกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้องค์การเภสัชกรรมจัดตั้งโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนกขึ้นเพื่อรองรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม โดยในช่วงต้นของการวิจัยและพัฒนาที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลกตามโครงการ GAP นี้ องค์การเภสัชกรรมมีผลงานวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกชนิดเชื้อเป็นเพื่อใช้กรณีเกิดการระบาดใหญ่ ที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ รองชนะเลิศอันดับ 2 ด้านสังคม ประจำปี 2558 และรางวัลผลงานวิจัยระดับดีมาก ประจำปี 2559 จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกชนิดเชื้อเป็นในครั้งนี้ จัดเป็นการสร้างความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศ และนับว่าเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

อีกหนึ่งโครงการสำคัญ คือ การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2019 ขององค์การเภสัชกรรม (Inactivated Recombinant Newcastle Disease Virus Vaccine Expressing SARS-CoV-2 Spike) (HXP-GPOVac) ซึ่งเป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ขององค์การฯ ที่พัฒนาขึ้นโดยการสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศ ในการเข้าถึงสิทธิการใช้เชื้อไวรัสตั้งต้น เป็นวัคซีนที่ถูกผลิตขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีไข่ไก่ฟัก (Egg-based technology) โดยหลังจากได้รับไวรัสตั้งต้นในเดือนกันยายน 2563 องค์การฯได้ดำเนินการผลิตวัคซีนต้นแบบ HXP-GPOVac ได้สำเร็จในเดือนพฤศจิกายน 2563 และเริ่มการศึกษาวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 1/2 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา และจะทำการศึกษาวิจัยทางคลินิกระยะที่ 3 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มภายในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 นี้ ซึ่งผลการศึกษาดังกล่าวจะใช้ในการขออนุมัติทะเบียนฉุกเฉิน (EUA) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 สำหรับการผลิตวัคซีนในระดับอุตสาหกรรม ที่โรงงานวัคซีนขององค์การเภสัชกรรม จังหวัดสระบุรี เพื่อใช้ในสถานการณ์ระบาด และสร้างความมั่นคงด้านสาธารณสุขของประเทศต่อไป

ดร.ภญ.พรทิพย์ กล่าวว่า “ในการใช้ความรู้ด้านการพัฒนาวัคซีน สิ่งสำคัญคือการมุ่งเน้นการพัฒนาวัคซีน เพื่อให้มีผลิตภัณฑ์วัคซีนที่สามารถขึ้นทะเบียนและผลิตได้จริงในระดับอุตสาหกรรมในประเทศด้วย รวมทั้งการสร้างความร่วมมือกับองค์กรนานาชาติ เพื่อการวิจัย ค้นคว้าและพัฒนา จะนำมาซึ่งประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีนได้มากขึ้น พร้อมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป” สมดังพระราชปณิธานของสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ที่ว่าความสําเร็จที่แท้จริงมิได้อยู่กับการเรียนเพียงเพื่อรู้ แต่อยู่กับการนําความรู้นั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่มนุษยชาติ