เพียงทอง นรากร
สวนวิชาการและข้อมูล

การพัฒนายาเตรียมจากสมุนไพรเป็นการพัฒนาวัตถุดิบจากธรรมชาติให้เกิดประโยชน์ โดยสามารถ
พัฒนาให้ได้ยาเตรียมรูปแบบต่าง ๆ เช่น ยาเม็ด แคปซูล ยาผง ยาชง และแกรนูล

ฝรั่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Psidium guajava Linn. ส่วนชื่อท้องถิ่นจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น
มะมั่น ใช้เรียกกันในจังหวัดแถบภาคเหนือ บักสีดา ใช้เรียกกันในจังหวัดแถบอีสาน ส่วนทางใต้จะเรียกกัน
ว่า ย่าหมุ หรือ ย่ามู ฝรั่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามกัน รูปวงรี ผลมีหลายรูปร่างตั้งแต่กลม
ถึงรูปกลมรียาว เนื้อข้างในสีนวล สีแดง มีเมล็ดจำนวนมาก ฝรั่งเป็นสมุนไพรหาได้ง่ายที่ใช้ในงานสาธารณสุข
มูลฐาน นอกจากจะใช้ผลสุกรับประทาน แล้วยังมีฤทธิ์ฝาดสมาน แก้ท้องเสีย ส่วนของใบฝรั่งยังใช้เคี้ยวและ
คายทิ้งหลังรับประทานอาหาร ใบฝรั่งมีแทนนิน (tannin) 8-15 % และมีน้ำมันหอมระเหยที่ประกอบด้วย
สารหลายชนิด (1)

องค์การเภสัชกรรมได้ผลิต "ยาบ้วนปากชนิดผสมน้ำก่อนใช้" โดยใช้สารสกัดใบฝรั่ง มีชื่อทางการค้า
ว่า GUAVA FRESH ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของ รศ. พาณี ศิริสะอาด และคณะ แห่งคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัย
เชียงใหม่ (2)

ขั้นแรกคณะผู้วิจัยได้ทำการศึกษาคุณสมบัติเบื้องต้นของสารสกัดใบฝรั่งโดยทำการตรวจสอบลักษณะ
ปรากฏของสารสกัดศึกษาการละลายของสารสกัดในตัวทำละลายต่าง ๆ ความเป็นกรดเป็นด่างของสารสกัด
นอกจากนี้ยังนำไปทดสอบความสามารถในการทำลายเชื้อของสารสกัด พบว่า ลักษณะของสารสกัดที่ได้จะเป็น
ผงละเอียด สีน้ำตาลเหลือง มีความชื้นเล็กน้อยซึ่งอยุ่ในเกณฑ์ปกติ สารสกัดใบฝรั่งละลายได้ดีในตัวทำละลาย
ที่เป็นด่าง และไม่เป็นแหล่งเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ ดังนั้นในการตั้งสูตรยาบ้วนปาก ควรปรับ pH ให้ค่อนข้าง
ไปทางด่าง เพื่อให้ได้สารละลายใส และไม่เป็นตัวกลางในการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ ทั้งยังเป็นการลดสภาพ
ความเป็นกรด เนื่องจากจลินทรีย์จะเจริญได้ดีในสภาวะที่เป็นกรดและผลิตกรดทำให้เกิดการทำลายสารเคลือบ
ฟันได้

เมื่อได้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติเบื้องต้นของสารสกัดใบฝรั่งแล้ว คณะผู้วิจัยจึงได้พัฒนาสูตรพื้นฐานยา
บ้วนปากชนิดผงจากการสกัดใบฝรั่ง และจากการนำยาบ้วนปากจากสารสกัดใบฝรั่งไปทดสอบฤทธิ์ในการยังยั้ง
เชื้อจุลินทรทรีย์ที่มักพบในปาก พบว่า มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Neisseria Spp. 1 strain, Streptococcus viridans 2 strains,
Yeast 2 strains, Diphtheroid bacilli 2 strains, Stapphylococcus aureus MSSA 1 strain, Staphy lococcus aureus
ATTC
29213, E. Coli ATCC 25922 Todd Hewitt Agar (2)

ในขั้นต่อไป ได้นำสูตรยาบ้วนปากที่พัฒนาเบื้องตันไปทดสอบความพึงพอใจของตำรับในอาสาสมัคร
สุขภาพแข็งแรงและอาสาที่มาตรวจรักษาฟันในคลินิกทั้งชายและหญิงที่มีอายุระหว่าง 20-40 ปี จำนวน 31 คน
โดยนำยาผงที่เตรียมไว้แบ่งบรรจุเป็นซอง ๆ แต่ละซองใช้สำหรับละลายน้ำ 1/4 แก้ว ได้อาสาสมัครอมบ้วนปาก
เป็นเวลา 1 นาที และประเมินผลความพึงพอใจในรสชาติ กลิ่น สีและความสามารถในการดับกลิ่นปากของผลิต
ภัณฑ์ ซึ่งอาสาสมัครที่มีความเห็นว่า ผลการใช้ยาบ้วนปากจากสารสกัดใบฝรั่งสูตรพื้นฐานในการดับกลิ่นปาก
อยู่ในระดับใช้ได้ดีมีจำนวน 21 ราย ระดับพอใช้จำนวน 9 ราย และใช้ไม่ได้เลยจำนวน 1 รายเท่านั้น ส่วนความ
พอใจผลิตภัณฑ์ด้านสี กลิ่น และรสชาติค่อนข้างหวาน และควรเพิ่มความซ่าให้มากขึ้น

จากนั้นจึงนำข้อมุลที่ได้จากการทดลองทางคลินิก มาปรับปรุงตำรับ โดยลดความหวาน เพิ่มความเย็น
นอกจากนี้ยาเตรียมดังกล่าวยังได้รับการพัฒนาให้มีความคงสภาพของสูตรยาเพิ่มขึ้น โดยผ่านการประเมิน
คุณสมบัติทางกายภาพเบื้องต้น ซึ่งได้แก่ลักษณะปรากฏรสชาติ การเกาะตัวกันของยาผง การละลายความชื้น
ความเป็นกรดเป็นด่างของสารละลายที่ได้ ประเมินค่าการไหล ทั้งที่อุณหภูมิห้องและที่ อุณหภูมิ 45 องศา
เซลเซียล ดังนั้นจึงได้ยาบ้วนปากใบฝรั่งชนิดผลมน้ำก่อนใช้ ที่มีคุณสมบัติดีคือ สามารถละลายได้ทันทีและ
ให้สารละลายใส สามารถใช้ ระงับกลิ่นปากและยับยั้งเชื้อที่เจริญในปาก ได้ อีกทั้งยังสะดวกในการใช้งาน
เช่น การใช้ในขณะเดินทาง สามารถพกพาได้สะดวกกว่าการใช้ในรูปยาน้ำ

หนังสืออ้างอิง

1. กระทรวงสาธารณะสุข ยาสมุนไพรสำหรับงานสาธารณะสุขมูลฐาน. 2537.
2. รศ. พาณี ศิริสะอาด, รายงานผลการวิจัยเรื่อง "การพัฒนายาบ้วนปากจากสารสกัดใบฝรั่ง". 2539.



[ Home | มุมมองผู้บริหาร | โครงสร้างสถาบันวิจัยและพัฒนา | งานวิจัยที่สำคัญและกำลังดำเนินการ | ฐานข้อมูลที่ให้บริการ |
R & D Newsletter | R & D NetZine | สมุนไพรสาธารณสุขมูลฐาน | Web Site ทางยาที่น่าสนใจ | FAQ | Comments ]