อัจฉรา เอกแสงศรี
ส่วนวิชาการและข้อมูล

มีการปรับเปลี่ยนการดำรงชีวิตอยู่หลายระยะในช่วงชีวิตของผู้หญิงเรา ตั้งแต่ วัยเด็ก วัยสาว วัยแม่
จนถึง วัยทอง ซึ่งหากเราทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงของชีวิต มีการปฏิบัติตน
และทานอาหาร (เสริม) ที่เหมาะสม เราก็สามารถที่จะมีความสุขได้กับทุกช่วงของชีวิตทีเดียว

ฮอร์โมน

ฮอร์โมนเป็นสารเคมีที่ผลิตขึ้นโดยต่อมต่าง ๆ ภายในร่างกาย   เพื่อให้การทำหน้าที่ต่าง ๆ ภายใน
ร่างกายเป็นไปอย่างสมดุล สำหรับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของสตรีวัยทอง ได้แก่
estrogen และ progesterone
Estrogen เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากรังไข่ซึ่งมีอิทธิผลต่อระบบต่าง ๆ ของสตรีอย่างมาก อาทิเช่น
- ควบคุมการเจริญและการทำงานของระบบสืบพันธุ์ การเพิ่มของไขมันร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยสาว
- ทำให้เกิดการสะสมของของเหลวและเกลือในเนื้อเยื่อ
- ช่วย calcium ในการเข้าไปเสริมสร้างกระดูก
- ลดระดับ low density lipoprotein (LDL) cholesterol
- การรักษาระดับน้ำตาลในเลือด
Progesterone  เป็นฮอร์โมนที่สร้างจาก corpus luteum  จะทำหน้าที่เกี่ยวกับการหลุดลอกตัวของ
เยื่อบุโพรงมดลูกทำให้เกิดเป็นประจำเดือนออกมา   นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เกี่ยวกับระบบประสาทในการ
ทำให้เกิด sedative  ดังนั้นการที่มีระดับ progesterone สูง  อาจทำให้เกิดอาการซึมเศร้าและเหนื่อยล้าได้

นอกจากฮอร์โมน 2 ตัวที่ได้กล่าวไปแล้ว  ยังมีฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการประสานและควบคุมหน้าที่
ซึ่งกันและกันระหว่าง   ฮัยโปธาลามัส   ต่อมปิตูอิตารีกลีบหน้า   และรังไข่   ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและมี
ประสิทธิภาพ ได้แก่ follicle-stimulating hormone (FSH) และ luteinizing hormone (LH) ซึ่งผู้เขียน
จะไม่ลงรายละเอียดของฮอร์โมนทั้ง 2 ตัวนี้  เพียงแต่ต้องการให้ทราบว่าในสตรีวัยทองนี้  FSH และ  LH
จะมีระดับสูงขึ้น ซึ่งเชื่อว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการแปรปรวนต่าง ๆ ของสตรีวัยทอง

ช่วงอายุวัยทอง

จากการสำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าสหัสวรรษใหม่ที่จะมาถึงในปีหน้านี้จะมีสตรีวัยทองใน
ประเทศสหรัฐอเมริกาถึง 36 ล้านคน คือประมาณ 30% ของเพศหญิง ซึ่งในประเทศไทยเองก็คาดว่าน่าจะ
เป็นตัวเลขที่มากกว่า 10 ล้านคน
วัยทอง หรือ Climacteric period หรือ Menopausal period นี้   จะเกิดกับสตรีที่มีอายุ 40-45 ปี
ขึ้นไป  ซึ่งเป็นวัยที่กำลังมีความก้าวหน้าในการงาน และเป็นกำลังที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ  จึงเป็นที่น่า
เสียดาย หากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย จะก่อให้เกิดปัญหาทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพ
ใจกับสตรีในชีวิตช่วงนี้
Menopausal  period   อาจเกิดได้ทั้งจากธรรมชาติและจากการผ่าตัดมดลูกหรือรังไข่   โดยในช่วง
ระยะนี้    สตรีวัยทองจะเกิดปัญหาด้านสุขภาพเนื่องมาจากการลดระดับและการไม่สมดุลของระดับฮอร์โมน
estrogen  และ  progesterone   ในรายที่ระดับ estrogen เริ่มลดลง  จะทำให้รอบประจำเดือนห่างกันมากขึ้น
และประจำเดือนมาน้อยลง จนกระทั่งหมดไปอย่างถาวร   ส่วนรายที่ยังคงมี estrogen อยู่  แต่ไม่มีการผลิต
progesterone จะทำให้มีประจำเดือนมามากและบ่อยกว่าปกติ
นอกจากนี้   ในระยะวัยทองร่างกายสตรียังสามารถที่จะเปลี่ยนฮอร์โมน  androstenedione  ในเซลล์
ไขมันให้เป็น estrogen ได้   ซึ่งเป็นเหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้ สตรีที่ค่อนข้างท้วมจะมีอาการแปรปรวนของ
สตรีวัยทองน้อยกว่าสตรีที่มีรูปร่างผอม

เราอาจแบ่ง Menopausal period ออกได้เป็น 3 ระยะคือ
1. Premenopause คือสภาวะก่อนหมดประจำเดือน ซึ่งยังคงมีประจำเดือนอย่างสม่ำเสมอ  บางครั้ง
อาจพบว่ามีประจำเดือนขาดหายไปบ้าง แต่ไม่เกิน 3 เดือน   และโดยทั่วไปถือว่าสภาวะนี้จะเริ่มต้นเมื่ออายุ
ประมาณ 40 ปี
2. Perimenopause คือสภาวะก่อนหมดประจำเดือน  อาจมีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ  หรือไม่มี
ประจำเดือนมาเป็นระยะเวลา 3-11 เดือน มักจะเกิดกับสตรีอายุเฉลี่ย 47.5 ปี
3. Postmenopause คือสภาวะหมดประจำเดือนอย่างถาวร (มากกว่า 12 เดือนขึ้นไป)
การเสื่อมสภาพของการทำงานของรังไข่ (การลดระดับของ estrogen) จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ต่ออวัยวะหรือระบบต่าง ๆ  ในร่างกายของสตรีวัยทอง  ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ  และโรคบางอย่างตามมา
เช่น
- อาการร้อนวูบวาบ ตามร่างกาย  เหงื่อออกในเวลากลางคืน ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ  ซึ่งมักเรียก
กลุ่มอาการเหล่านี้ว่าเป็น Hot Flushes หรือ Hot Flashes
- มี อาการซึมเศร้า หงุดหงิด กังวลใจ อารมณ์หวั่นไหวง่าย  ความจำเสื่อม ไม่มีสมาธิ อ่อนเพลีย
ความต้องการทางเพศลดลง
- ช่องคลอดแห้ง รู้สึกแสบร้อนบริเวณปากช่องคลอด   มีการหย่อนยานของมดลูกและช่องคลอด
มีการหย่อนยานของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ขณะไอหรือจาม   และมีความอยากถ่าย
ปัสสาวะอยู่เสมอ
- ผิวหนังแห้ง เหี่ยวย่น ผมแห้ง ผมร่วง
- ปวดตามกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดตามข้อ
- เต้านมมีขนาดเล็กลง หย่อน
- มี การกระจายตัวของไขมันมาสะสมที่บริเวณหน้าท้อง และภายในช่องท้อง
- มีแนวโน้มที่จะเกิดฟันผุและสูญเสียฟันได้ง่าย   รวมทั้งมีการอักเสบของเหงือกหรือจะเกิดอาการ
เลือดออกจากเหงือกได้ง่ายหลังจากได้รับการกระทบกระเทือนเพียงเล็กน้อย
- อาจมีอาการ ตาแห้ง
- ระบบการฟังเสื่อมลง
- มีอัตราเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ และโรคตับ
- โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ
- โรคสมองฝ่อ (Alzheimer's disease), ความจำเสื่อม
- โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) ทำให้กระดูกหักได้ง่าย
จากทั้ง 14 อาการข้างต้นนี้  ผู้อ่านที่เป็นสตรีวัยทองหรือกำลังจะก้าวสู่ช่วงวัยทอง  อย่าเพิ่งมีอาการ
ตื่นตระหนกเกินเหตุนะคะ  เนื่องจากความเจริญของวิวัฒนาการในปัจจุบัน  ตลอดจนถึงความสามารถของ
นักวิจัยทั้งหลาย ได้ข้อสรุปว่า เรา (สตรีวัยทองค่ะ) สามารถที่จะบรรเทาหรือชลออาการต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น
นี้ได้จากการใช้ชีวิตที่เหมาะสม   ได้แก่    การรับประทานอาหารหรือโภชนาการที่ดีมอบให้กับร่างกายอย่าง
เหมาะสมกับวัย ลดความเครียดต่าง ๆ จากการทำงาน ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว มีการออกกำลังกายที่ถูกต้อง
เพื่อให้อวัยวะและข้อต่าง ๆ ของร่างกายได้ใช้งานอยู่เสมอ  ร่วมกับการเสริมฮอร์โมนทดแทน  ซึ่งอาจอยู่ใน
รูปของยาหรือสารอาหารตามธรรมชาติ (phytoestrogens)

Phytoestrogens คืออะไร

Phytoestrogens เป็นสารประกอบธรรมชาติประเภท lignans และ isoflavones ซึ่งสามารถออกฤทธิ์
ทางชีววิทยาได้คล้าย estrogens มักพบในพืชหลายชนิด เช่น ถั่วเหลือง ชะเอม Black cohosh โสมตังกุย
มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่า phytoestrogens สามารถลดการเกิดกระดูกพรุน โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ
และความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด  โดยเฉพาะประเภทที่มีความเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน เช่น มะเร็งเต้านม
และมะเร็งต่อมลูกหมาก  นอกจากนี้จากการศึกษาทางระบาดวิทยา พบว่า ผู้หญิงญี่ปุ่นมีอุบัติการณ์การเกิด
มะเร็งเต้านมน้อยกว่าผู้หญิงในประเทศตะวันตก  เช่นเดียวกับผู้ชายญี่ปุ่นก็มีอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งต่อม
ลูกหมากน้อยกว่าผู้ชายในประเทศตะวันตก   ทั้งนี้อาจเนื่องจากวัฒนธรรมการกินอาหารของชาวญี่ปุ่น  ซึ่ง
ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ ซุป (miso) และยังมีรายงานว่า genistein  (เป็น isoflavones
ชนิดหนึ่ง) สามารถยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็ง   ส่วน daidzein (isoflavones อีกชนิดหนึ่ง) สามารถป้องกัน
โรคกระดูกพรุนโดยไปเสริมการสร้างกระดูก  ขณะเดียวกันก็ช่วยลดการเสื่อมของกระดูก   และทั้ง 2 ตัวนี้
สามารถป้องกันโรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ    โดยยับยั้งการจับตัวของเม็ดเลือด   และลดระดับโคเลส-
เตอรอลในเลือด
โดยทั่วไป แพทย์มักจะจ่าย estrogen ในการบำบัดอาการต่าง ๆ ของสตรีวัยทอง   แต่ก็มีหลายรายที่
เลือกใช้ Phytoestrogens เนื่องจากหลายสาเหตุ เช่น
- มีประวัติการเป็นมะเร็งเต้านม   เนื่องจาก estrogen  จะกระตุ้นให้เกิด proliferation  ของเนื้อเยื่อ
เต้านมปกติ และที่เป็นมะเร็ง
- มีประวัติมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
- ตับเสื่อมหน้าที่อย่างรุนแรง
- โรค Porphyria (โรคขาด enzyme ชนิดหนึ่งในการสังเคราะห์ hemoglobin)
- เลือดออกผิดปกติจากช่องคลอดที่ยังหาสาเหตุไม่ได้
- ทนอาการข้างเคียงของยาไม่ได้

โภชนาการสำหรับสตรีวัยทอง

มีหลักฐานบ่งชี้ว่า อาหารมีส่วนสัมพันธ์กับอาการต่าง ๆ ของสตรีวัยทองอย่างมากโดยพบว่า  อาหาร
ที่สามารถช่วยบรรเทาอาการของสตรีวัยทอง ได้แก่ อาหารประเภทถั่ว ข้าวซ้อมมือ ปลา ผักและผลไม้สด ซึ่ง
อาหารเหล่านี้มักเป็นองค์ประกอบอยู่ในอาหารของชาวเอเชีย  พบว่า  มีผู้หญิงญี่ปุ่นเพียง  10-15%   ที่มี
อาการของสตรีวัยทอง ขณะที่พบอาการเหล่านี้ในสตรีอเมริกันถึง 80-85%
อาหารประเภทถั่วเหลือง : มี phytoestrogen ซึ่งออกฤทธิ์คล้าย estrogen ชนิดอ่อน สามารถบรรเทา
อาการช่องคลอดแห้งและโรคกระดูกพรุนได้
อาหารประเภทถั่ว (legumes : lentils,garbanzo,black beans)  เป็นแหล่งของโปรตีนและสารอาหาร
ที่จำเป็นสำหรับสตรีวัยทอง  อาทิเช่น  แคลเซียม  แมกนีเซียม  โปแตสเซียม วิตามินบี คอมเพล็กซ์  สังกะสี
และเหล็ก ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการที่ประจำเดือนมามากผิดปกติได้
เมล็ดธัญญาพืชทั้งเปลือก : มี phytoestogen ประเภท lignans ซึ่งมีฤทธิ์ estrogen อย่างอ่อน และมี
เส้นใยสูง จะช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอล และ estrogen ในร่างกาย
กรดไขมัน  ได้แก่  linoleic acid  (พบใน เมล็ดลินิน เมล็ดฟักทอง เมล็ดงา เมล็ดทานตะวัน)  และ
linolenic acid  (พบในปลาชนิดต่าง ๆ และพืชบางชนิด  เช่น  เมล็ดลินิน เมล็ดฟักทอง ถั่วเหลือง และผัก
ใบเขียว)   กรดไขมันที่จำเป็นเหล่านี้ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง  แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำงาน
ของร่างกาย  โดยเมื่อ  estrogen  มีระดับลดลงกรดไขมันเหล่านี้  จะทำหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง
ช่องคลอด และเยื่อบุช่องคลอด
มีอาหารบางประเภทที่สตรีวัยทองควรระมัดระวัง ได้แก่
- caffeine พบใน กาแฟ ชา (ดำ) โคลา และช็อกโกแลต อาจทำให้เกิดอาการกระวนกระวาย และมี
การแปรปรวนของอารมณ์
- แอลกอฮอล์ จะไปกดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้า และซึมเศร้า
- น้ำตาล จะไปลดการเก็บกัก วิตามินบี คอมเพล็กซ์  และแร่ธาตุที่จำเป็น   ทำให้เกิดอาการกระวน
กระวาย และการตึงเครียดของประสาท
- อาหารประเภทเนื้อสัตว์และไขมันอิ่มตัว องค์ประกอบของเนื้อสัตว์ส่วนใหญ่จะเป็นสารโปรตีนและ
ไขมัน    การรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์จึงต้องพิจารณาในส่วนของไขมัน   ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง
เนื้อสัตว์ประเภทติดมัน  เช่น  ขาหมู  หนังเป็ด  หนังไก่   เพราะจะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคไขมันในเลือดสูง
นอกจากนี้อาหารประเภทเครื่องในสัตว์ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคข้ออักเสบได้
- เกลือและโซเดียม   การรับประทานอาหารที่มีเกลือและอาหารที่มีโซเดียมสูง  จะทำให้เกิดอาการ
บวมและความดันโลหิตสูง   นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง  ยังเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิด
โรคกระดูกพรุน เนื่องจากโซเดียมจะไปเพิ่มการขับถ่ายแคลเซียมจากร่างกาย

สมุนไพรกับสตรีวัยทอง

องค์การเภสัชกรรมได้ผลิตยาจากสมุนไพร  เพื่อบำบัดหรือบรรเทาอาการต่าง  ๆ  ของสตรีวัยทอง
6 ชนิด ได้แก่
1.  Flava  Soy  capsule   ผลิตจากสารสกัดถั่วเหลือง  (Glycine  max)  ซึ่งในแต่ละแคปซูลจะมี
isoflavones  ไม่น้อยกว่า 25 มก.   สรรพคุณ : บรรเทาอาการ  hot  flashes,  โรคระบบหลอดเลือดและ
หัวใจ และป้องกันโรคกระดูกพรุน
2.  Angelisin tablet ผลิตจากสารสกัดโสมตังกุย (Angelica sinensis) ซึ่งในแต่ละเม็ดจะมีสารสกัด
โสมตังกุยเทียบเท่ารากโสมตังกุย 1.5 กรัม    สรรพคุณ : ทำให้มดลูกบีบตัวเป็นปกติ  เพิ่มการทำงานของ
ตับ และเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดง
3.  Cimiraf tablet  ผลิตจากสารสกัด Black cohosh (Cimicifuga racemosa) ซึ่งในแต่ละเม็ดจะมี
สารสกัด  Black  cohosh  เทียบเท่าราก  Black cohosh  20 mg   สรรพคุณ : บรรเทาอาการ hot flashes
(ลดการหลั่ง LH)
4.  Mem-o-G tablet ผลิตจากสารสกัดใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba) ซึ่งในแต่ละเม็ดจะมี ginkgo-
flavone glycosides 24%  bilobalide  และ ginkgolides 6%   สรรพคุณ : บรรเทาอาการซึมเศร้า  อาการ
หลงลืม และโรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ
5.  Chofibrin capsules ผลิตจากสารสกัดกระเทียม (Allium sativum) ซึ่งในแต่ละแคปซูลจะมีสาร
กัดกระเทียม 350 มก.   สรรพคุณ : ลดโคเลสเตอรอลในเลือด และละลายลิ่มเลือด
6.  Calmaco tablet  ผลิตจากใบขี้เหล็ก  (Cassia siamea)  ซึ่งในแต่ละเม็ดจะมี  anhydrobarakol
ไม่น้อยกว่า 10 มก.   สรรพคุณ : ช่วยให้นอนหลับ

สตรีวัยทองแต่ละคนจะมีโรคหรืออาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน ดังนั้น ความจำเป็นในการใช้ยา
ของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปตามอาการ ซึ่งผู้หญิงเราควรทำความเข้าใจ ศึกษาถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิด
ขึ้นในร่างกายของตัวเราเอง  ควบคู่ไปกับการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร  ก็จะทำให้สตรีวัยทองสามารถก้าว
เข้าสู่ช่วงชีวิตระยะนี้ได้อย่างมีความสุขและเต็มไปด้วยพลังในการดำเนินชีวิต

สรุปอาการสตรีวัยทองกับสมุนไพร

อาการสตรีวัยทองวิตามินและแร่ธาตุที่ต้องการสมุนไพร/ยาจากสมุนไพร
ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
และ/หรือ มามาก
- วิตามิน เอ, บี คอมเพล็กซ์ : ช่วยลด
   สภาวะประจำเดือนมามาก
- วิตามิน ซี : เพิ่มความแข็งแรงของ
   หลอดเลือดและเพิ่มการดูดซึมของ
   ธาตุเหล็ก
- ไบโอฟลาโวนอยด์ (พบในผลไม้
   รสเปรี้ยว) : ควบคุมระดับ estrogen
   และลดสภาวะประจำเดือนมามาก
- เหล็ก พบในถั่วลิสง เนื้อสัตว์ ไข่แดง
- สารสกัดโสมตังกุย/Angelisin
   tablet
Osteoporosis (โรคกระดูกพรุน) - แคลเซียม พบในนมและผลิตภัณฑ์
   นม ผักใบเขียว
- สังกะสี พบในเนื้อสัตว์ ตับ ไข่ เป็ด
   ไก่ อาหารทะเล
- แมกนีเซียม พบในผักใบเขียว
   ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วแระ
- สารสกัดถั่วเหลือง/Flava Soy
   capsule
Hot Flashes (ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน) - วิตามิน อี
- ไบโอฟลาโวนอยด์
- สารสกัดถั่วเหลือง/Flava Soy
   capsule

- สารสกัด black cohosh/
   Cimiraf tablet
ช่องคลอดแห้ง - กรดไขมันที่จำเป็น ได้แก่ linoleic
   acid และ linolenic acid พบใน
   เมล็ดลินิน เมล็ดฟักทอง เมล็ดงา
   เมล็ดทานตะวัน ถั่วเหลือง ปลา
   และผักใบเขียว
- วิตามินอี
- สารสกัดถั่วเหลือง/Flava Soy
   capsule
นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน - วิตามิน บี คอมเพล็กซ์
- แมกนีเซียม
- ใบขี้เหล็ก/Calmaco tablet
โคเลสเตอรอลสูง/โรคระบบ
หลอดเลือดและหัวใจ
- เมล็ดธัญญาพืชทั้งเปลือก
   (มีซีลีเนียม, แมงกานีส)
- กระเทียม/Chofibrin capsule
- สารสกัดถั่วเหลือง/Flava Soy
   capsule
ความจำเสื่อม - -สารสกัดใบแปะก๊วย/Mem-o-G
  tablet

เอกสารอ้างอิง

1. ศาสตราจารย์ กิตติคุณ   นายแพทย์ หะทัย เทพพิสัย   และศาสตราจารย์ แพทย์หญิง อุรุษา
เทพพิสัย.  สตรีวัยหมดประจำเดือน.  ภาควิชาสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล
รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
2. Susan M. Lark. Safe Passage. Delicious. 1998.
3. Lise Alschules, N.D. Herbal Medicine into the New Millennium. Lismore, Australia
16-18 June 1999; 91-97.
4. Website "www.vegansociety.com /info/info18.html"







[Home |มุมมองผู้บริหาร |โครงสร้างสถาบันวิจัยและพัฒนา |งานวิจัยที่สำคัญและกำลังดำเนินการ |ฐานข้อมูลที่ให้บริการ |
R & D Newsletter |R & D NetZine |สมุนไพรสาธารณสุขมูลฐาน | Web Site ทางยาที่น่าสนใจ | FAQ |Comments ]