อิสริยา เตชะธนะวัฒน์
วิจัยมาตรฐานสมุนไพร

ใน ปัจจุบันนี้ หลายคนที่มีปัญหาทางด้านสายตา เช่น สายตาสั้น
สายตายาว สายตาเอียง อาจจะรู้สึก เบื่อหน่ายกับความไม่สะดวกในการมองเห็น
และความยุ่งยากในการใส่แว่นสายตา หรือการใส่คอนแทคเลนส์ ท่านทราบหรือไม่ว่า
การทำ Lasik สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
Lasik คืออะไร
Lasik หรือ Laser-assisted in situ Keratomileusis คือ การที่เราไปปรับ
เปลี่ยนตัวกระจกตา เพื่อให้การหักเหของแสงไปตกที่จอรับภาพโดยตรง Lasik เป็น
เทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยประมาณ
750,000 คน ที่ได้ทำ lasikไปแล้วเมื่อปี 2000 และคาดว่าในปี 2002 จะเพิ่มมากขึ้น
เป็นเท่าตัว ซึ่งขณะนี้องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) ก็ได้
approve ให้ใช้ lasik ได้ในประชากรของประเทศ
คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการทำ Lasik
1. ผู้ที่มีปัญหาในการสวมแว่นสายตาและคอนแทคเลนส์ เนื่องจากอาชีพ
งานอดิเรก สุขภาพตา สิ่งแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย หรือผู้ที่มีสายตา 2 ข้างต่างกัน
2. ต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปีขึ้นไป และสายตาคงที่มานานอย่างน้อย 1-2 ปี
3. ไม่เป็นโรคเกี่ยวกับกระจกตาหรือโรคตาอื่นที่รุนแรง เช่น โรคเริมในตา ต้อหิน ฯลฯ
4. มีระดับความปกติของสายตาอยู่ในช่วงที่เหมาะสม และมีกระจกตาไม่บางมากจนเกินไป
5. ไม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
6. ไม่เป็นโรคที่มีผลต่อการหายของบาดแผลในร่างกาย
7. เข้าใจถึงข้อดีข้อเสียของการผ่าตัดโดยละเอียด และมีความคาดหวังที่ถูกต้อง
การเตรียมตัวก่อนทำ Lasik
จักษุแพทย์จะทำการตรวจตา เพื่อเช็คสภาพตาทั่วไป เช่น การวัดค่าความสั้น
และเอียงของสายตา การขยายม่านตาเพื่อดูจอประสาทตา การเช็คสภาพความหนา
ของกระจกตา เป็นต้น
ขั้นตอนการทำ Lasik
1. การเตรียมตัวเปิดผิวกระจกตา โดยเริ่มจากการหยอดยาชาที่ตา หลัง
จากนั้นจะใช้เครื่องมือ ที่เรียกว่า "Lid speculum" ในการช่วยเปิดเปลือกตา
ให้อยู่ในลักษณะที่เหมาะสมตลอดการผ่าตัด
2. หลังจากนั้นจะใส่ตัว suction ring หรือตัวทำสุญญากาศไปดูดลูกตา
ขึ้นมา เพื่อให้ลูกตาคงสภาพ
3. ต่อมาจะใช้ Microkeratome หรือใบมีดเล็ก ๆ ฝาน "ผิวกระจกตา"
ขึ้นมาโดยไม่ตัดเนื้อตาดำออก ซึ่งจะทำเป็นลักษณะข้อพับ
4. จากนั้นจะใช้ excimer laser ฉายไปที่เนื้อกระจกตา เปลี่ยนความโค้ง
ของกระจกตาตามที่ได้คำนวณไว้อย่างละเอียด เพื่อให้การหักเหของแสงไปตกที่จอ
ประสาทตาโดยตรงได้
5. ขั้นตอนสุดท้าย จะทำการปิดตัวกระจกตาที่ฝานขึ้นมาที่เราเรียกว่า flap กลับ
เข้าไปหลังจากการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ป่วยจะต้องครอบตาด้วยฝาครอบตา
ที่ระบายอากาศได้ เป็นเวลา 1 วันเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยขยี้ตา ปรับความดันภายใน
ลูกตาให้เหมาะสมในขณะเวลานอน และใช้ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับตา เช่น
การกระแทก ในสัปดาห์แรกหลังทำ lasik ควรปิดฝาครอบตาก่อนนอนทุกวัน
โดยทั่วไปในวันรุ่งขึ้น การมองเห็นจะเริ่มกลับมาปกติเป็นส่วนใหญ่ ผู้ป่วยจะ
สามารถกลับไปใช้สายตาในการอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ หรือทำงานได้ แต่อาจมีอาการ
ระคายเคืองบ้างเล็กน้อย ซึ่งการให้ยาหยอดตาหลังการผ่าตัดนั้น จะช่วยลดอาการ
เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ สายตาจะกลับมาอยู่ในเกณฑ์
ที่เป็นปกติ
ผลข้างเคียงจากการทำ Lasik
1. อาจเห็นแสงแตกรอบ ๆ ดวงไฟได้ ทำให้มองเห็นภาพไม่ชัดในช่วงเวลา
กลางคืน หรือเวลาที่มีหมอก
2. อาจเกิดการติดเชื้อรุนแรง ซึ่งโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก คือ ประมาณ 1 ใน 1000
3. อาจมีการหลงเหลือสายตาสั้นเป็นบางส่วน หรืออาจเกิดสายตาสั้นซ้ำได้
4. อาจเกิดอาการตาแห้ง เนื่องจากตาไม่สามารถสร้างน้ำตาได้อย่างเพียงพอ
แต่สภาวะนี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น
จะเห็นได้ว่าการทำ lasik มีทั้งข้อดีและ ข้อเสีย เพราะฉะนั้นผู้ที่จะตัดสินใจทำ
lasik ควรทำการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ เนื่องจากตาเป็นอวัยวะ
สำคัญเพราะฉะนั้นการตัดสินใจของคุณจะมีผลต่อการมองเห็นในช่วงชีวิต
ที่เหลืออยู่
      หนังสืออ้างอิง
1. http://www.fda.gov/cdrh/lasik
2. http://www.lasikbangkok.com
3. Lasik. วงการแพทย์. 2544; 2(17):13-14
4. http://www.allaboutvision.com







[Home |มุมมองผู้บริหาร |โครงสร้างสถาบันวิจัยและพัฒนา |งานวิจัยที่สำคัญและกำลังดำเนินการ |ฐานข้อมูลที่ให้บริการ |
R & D Newsletter |R & D NetZine |สมุนไพรสาธารณสุขมูลฐาน | Web Site ทางยาที่น่าสนใจ | FAQ |Comments ]